เละครับงานนี้!! ดาราที่เคยสร้างความหวาบหวิวให้กับเรา ล่าสุด ศัลยกรรมหมดอายุ!! ”พิษศัลยกรรม” ขั้นรุนแรงจนเสียโฉม บอกเลยเสียดายหน้าสวยๆมาก
22:25เละครับงานนี้ ศัลยกรรมหมดอายุ!! ภาพก่อน-หลัง ดาราสาวสวยเจอ ”พิษศัลยกรรม” ขั้นรุนแรงจนเสียโฉม บอกเลยเสียดายหน้าสวยๆมาก เกิด...














เผยที่แรก!!! โฉมหน้า “พ่อ” แท้จริงของ “ญาญ่าญิง” ที่คุณต้องอึ้งแน่ๆ..
18:13น้อย โพธิ์งาม เล่าชีวิตครอบครัว สอนลูกอย่าเกลียดพ่อ อดีตดาราตลก น้อย โพธิ์งาม ขอนั่งเปิดใจเปลือยชีวิตความรัก “รักเดียวใจเดียว” ฝ่...

น้อย โพธิ์งาม เล่าชีวิตครอบครัว สอนลูกอย่าเกลียดพ่อ
อดีตดาราตลก น้อย โพธิ์งาม ขอนั่งเปิดใจเปลือยชีวิตความรัก “รักเดียวใจเดียว” ฝ่าฝันมรสุมชีวิตหลายระลอก ต่อสู้เพื่อลูกสาว น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจร่วงเพราะความภูมิใจ พร้อมเฉลยคำถามที่ค้างคาใจทุกคน “ใครคือพ่อของญาญ่าญิ๋ง?”
แม่น้อย โพธิ์งาม เปิดใจในรายการ ศึกน้ำผึ้งพระจันทร์ เล่าประสบการณ์ชีวิตความรักในอดีต ครั้งหนึ่งที่ทำงานเป็นแดนเซอร์สาวสวย ประจำคณะเพชรดาราฉาย ตั้งแต่อายุ 16 ปี ก่อนจะเริ่มรู้สึกดีๆ กับ คุณสุบรรณ พิธีกรประจำคณะ เพราะความหล่อเหลามีเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้
จนกระทั่งอายุได้ 23 ปี เกิดจุดพลิกผันในชีวิต แม่น้อย เล่าว่า ตนกับคุณสุบรรณมีความสัมพันธ์ที่ล่วงเกินกัน แม้ว่าตัวเองจะพยายามขัดขืน เพราะความไม่เหมาะสมและผิดประเพณี แต่ด้วยความรักกับความรู้สึกดีๆ ที่มีให้แก่กัน จึงปล่อยตามเลยไป เทพ โพธิ์งาม พี่ชายตามมาเอาเรื่อง แต่เพราะคำมั่นสัญญาคำหนึ่งที่ว่า “กูรักของกู แล้วกูจะไม่ทิ้งน้องของมึงไป จนกว่าน้องของมึงจะทิ้งกูไปเอง” จนทำให้ทั้งคู่เริ่มต้นความรักอย่างเป็นทางการ มีพิธีแต่งงานถูกต้องตามประเพณี

แม่น้อย ยังเล่าต่ออีกว่า หลังอยู่กินกันสักพัก แต่ก็ยังไม่มีลูก จนเมื่อตอนอายุ 27 จึงมี ญาญ่าญิ๋ง ลูกสาวคนเดียว ช่วงนั้นชีวิตค่อนข้างมีความสุข การงานรุ่งโรจน์ การเงินค่อนข้างดี เลี้ยงลูกสาว ปรนนิบัติสามี แต่ฝ่ายชายเริ่มมีอาการระแวงหึงหวงหนัก เริ่มใช้กำลังลงไม้ลงมือกับตัวเอง
จนมาถึงจุดแตกหัก อยู่กินกันมาประมาณ 10 ปี นอนหลับอยู่ก็มีกรรไกรมาจ่ออยู่ที่คอ จึงออกปากขอแยกทางกับสามีในเช้าวันต่อ แต่ที่รู้สึกเสียใจที่สุดคือ ญาญ่าญิ๋ง ที่ตอนนั้นอายุแค่ 4 ขวบ อยู่ร่วมในเหตุการณ์ต่างๆ ด้วยทั้งหมด

แต่พอหลังจากที่แยกทางกันได้ หลายปีต่อมา คุณสุบรรณ ก็เสียชีวิต แต่ก่อนหน้าที่อดีตสามีจะเสียชีวิต ได้มีการปรับความเข้าใจและขอโทษแม่น้อย ต่อหน้าเพื่อนและพี่คนเก่าๆ ทั้งหมด และถึงทราบว่าอดีตสามียังมีลูกสาวที่อายุไล่เลี่ยกับ ญาญ่าญิ๋ง อยู่อีกคน
ทั้งนี้ แม่น้อย ยังทิ้งท้ายเรื่องความภาคภูมิใจในตัวลูกสาวคนเดียว ญาญ่าญิ๋ง ที่เลี้ยงดูมาเพียงลำพังตั้งแต่แยกทางกับสามี แม่น้อย บอกว่า สิ่งที่มีความสุขที่สุดคือ ได้เห็นลูกสาวประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะภาพที่ลูกสาวได้ไปเมืองคานส์ เหมือนกับฝัน คนเป็นแม่นั้นทั้งปลาบปลื้มและตื้นตันที่ได้เห็นลูกสาวได้ดีในหน้าที่งานและชีวิต
ประวัติ
รฐา มีชื่อจริงแต่เดิมว่า วีรวัลย์ โพธิ์งาม เป็นบุตรคนเดียวของน้อย โพธิ์งาม กับสุบรรณ สิงห์ชานนท์ มารดาเป็นนักแสดงตลก ส่วนบิดาเป็นพิธีกร และนักร้องในวงดนตรีของกังวาลไพร ลูกเพชร[1] ก่อนรฐาเกิดสุบรรณได้พาน้อยไปไหว้พระพิฆเนศวรเพื่อขอพรให้ทั้งสองมีบุตรด้วยกันหลังคบหากันมาระยะหนึ่ง หลังคลอด บิดาของน้อยจึงได้ตั้งนามบุตรสาวนั้นว่า “วีรวัลย์”[1] แต่ภายหลังบิดามารดาได้เลิกรากัน เธอจึงตกอยู่ในการดูแลของมารดา

เธอเป็นหลานลุงของเทพ โพธิ์งาม นักแสดงตลก ซึ่งเป็นพี่ชายของมารดา
เธอเข้ารับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเซนต์โยเซฟบางนา และสำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ และอุดมศึกษาปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และปริญญาโท นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
หลังเข้าวงการพักหนึ่ง เธอเปลี่ยนชื่อจริงจาก “วีรวัลย์” และชื่อในวงการว่า “ญาญ่าญิ๋ง” เป็น “รฐา” จากการทายทักของหมอดู
เดือดปุดๆ!! มีคนไปโพสต์ว่า "น้องอลิส" ไปยุ่งเรื่องของนมน้อง ล่าสุดน้อง "น้องอลิส" ตอกกลับโพสต์นี้หงายเงิบ !???
00:49ทำเอาดราม่าเดือดระอุเลยทีเดียวหลังเน็ตไอดอลสาวสวย น้องอลิส โดนเรื่องหน้าอกหน้าใจแบบหนักมาก ล่าสุดเจ้าตัวทนไม่ได้ จึงออกมาตอกกลั...
ทำเอาดราม่าเดือดระอุเลยทีเดียวหลังเน็ตไอดอลสาวสวย น้องอลิส โดนเรื่องหน้าอกหน้าใจแบบหนักมาก ล่าสุดเจ้าตัวทนไม่ได้ จึงออกมาตอกกลับด้วยข้อความแบบนี้!!
จบนะ!!!
แบ๊วๆ
จำได้ก็แปลก!! จากสาวอ้วนเกือบ 100 โล จนตอนนี้หนุ่มๆเรียงคิวจีบ เปลี่ยนไปแค่ไหนมาดูกัน!???
16:34เพียงแค่นิสัยตามใจ ปาก อาจทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนฉุได้ง่าย เหมือนคุณ "ตำลึง"จรวยพร คามวัลย์ ครีเอทีฟสาววัย 23 ที่เคยมีประส...

เพียงแค่นิสัยตามใจ ปาก อาจทำให้คุณกลายเป็นคนอ้วนฉุได้ง่าย เหมือนคุณ "ตำลึง"จรวยพร คามวัลย์ ครีเอทีฟสาววัย 23 ที่เคยมีประสบการณ์อ้วนมาตลอดชีวิต จากน้ำหนักสูงสุดถึง 95 กก. จนกระทั่งวันนี้เธอกลายเป็นสาวร่างบางด้วยน้ำหนักเพียง 49 กก. มาดูกันดีกว่าว่าเธอมี วิธีลดน้ำหนักยังไง

"ตำลึง อ้วนมาตั้งแต่เด็กๆ อ้วนมาตลอด แต่ไม่ได้อ้วนจากพันธุกรรมนะคะ คือเรารู้ตัวว่าอ้วนเพราะสาเหตุจากการกินเป็นหลัก จนกระทั่งขึ้นมหาวิทยาลัยปี 1 เป็นช่วงที่น้ำหนักมากที่สุดในชีวิต คือประมาณ 95 กก. เพราะใช้ชีวิตอยู่หอพักของมหาวิทยาลัย ทำให้กินตลอดเวลา ไม่เคยแบ่งการกินเป็นมื้อเลยค่ะ"

"พอปิดเทอม ก่อนขึ้นปีสอง กลับมาอยู่ที่บ้านกับครอบครัว จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกิน แต่ไม่ได้ตั้งใจจะลดน้ำหนัก แค่มีวินัยในการกินแบบคนปกติคือกิน 3 มื้อชัดเจน พอเปิดเทอมปี 2 เพื่อนหลายคนทักว่าผอมลง พอลองไปชั่งน้ำหนักดู ปรากฏว่าหายไป 15 กก. เลยเป็นจุดพลิกผันให้หันมาลดน้ำหนักอย่างจริงจังในเวลาต่อมา"
น้ำหนักลดได้ ด้วยวิธีควบคุมอาหาร
เพราะ สิ่งที่ยากสุด คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยเฉพาะพฤติกรรมที่ทำจนเคยชิน เช่นเดียวกับนิสัยตามใจปาก หลายคนพบว่าเป็นสิ่งทรมานกายในช่วงแรก แต่หลังจากนั้นร่างกายจะมีการปรับตัวได้เอง สำหรับคุณตำลึง เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง เธอจึงใช้วิธีควบคุมการกินอย่างเคร่งครัดเพื่อเอาชนะความอ้วนให้ได้

“หลักๆ คือใช้วิธีควบคุมการกินเพียงอย่างเดียว เรากินน้อยกว่าที่เคยกิน ยอมรับว่ายากมากเพราะชินกับการกินมาตลอด เคยตั้งแต่หักดิบแบบอดอาหารไปเลย ไม่กินข้าวทั้งวัน ซึ่งทรมานมาก กินแล้วล้วงคอเพื่ออาเจียนก็เคย หรือกินวันละมื้อ แต่เป็นมื้อใหญ่แบบบุฟเฟ่ต์ก็มี จนตอนหลังตำลึงใช้วิธีนับแคลอรีในการกิน คือไม่เกินวันละ 1,000 แคลอรี่ โดยแบ่งออกเป็น 3 มื้อ รวมทั้งควบคุมแป้ง น้ำตาล ของทอด ของมัน มีออกกำลังกาย วิ่ง เข้าฟิตเนสบ้าง และเล่นฮูล่าฮูป แต่ไม่เคยใช้ยาลดน้ำหนัก ทำแบบนี้มาตลอดจนเกือบ 1 ปีเต็ม น้ำหนักก็ลดลงมาเรื่อยๆ เลย จนปัจจุบันอยู่ระหว่าง 49-51 กก. และตั้งเป้าจะลดให้ได้สัก 47 กก.”
ความเปลี่ยนแปลงเมื่อผอมลง
เมื่อเราเปลี่ยนสิ่งหนึ่ง ชีวิตทั้งหมดอาจเปลี่ยนตาม สำหรับคุณตำลึง เธอยอมรับว่าเมื่อผอมลง ทุกอย่างในชีวิตก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
“อย่างแรกที่เปลี่ยน คือเราหาไซส์เสื้อผ้าได้ง่ายขึ้น มีโอกาสดีๆ เข้ามาในชีวิตมากมาย รวมทั้งได้สุขภาพดีตามมา แต่สิ่งที่เป็นผลพลอยได้ทางใจ คือมีความสุขมาก เวลามีคนทักหรือถามวิธี มันทำให้เราภูมิใจที่มีโอกาสได้เป็นแบบอย่างให้กับคนอื่นที่อยากผอม สำหรับเคล็ดลับการลดน้ำหนักของตำลึง คือคุณต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ค่ะ พยายามหาข้อดีของการ ลดน้ำหนัก ให้มากๆ อย่าบ่นหิวบ่อย มันจะบั่นทอน และชั่งน้ำหนักดูตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างกำลังใจให้กับตัวเองเสมอ”
ทีมา http://www.siamupdate.com/news-182157
ช็อก! หลัง "จ๊ะ อาร์สยาม" เลือดออกหนักมาก ไปตรวจร่างกายเจอว่าเป็นโรคนี้ เธอออกมาพูด แฟนๆอ่านแล้วน้ำตาไหลไปตามๆกัน
00:12เห็นร่าเริง ยิ้มหัวเราะตลอดเวลา สำหรับ "จ๊ะ อาร์สยาม" ที่ล่าสุดแว่วมาว่าส่อแววป่วยหนักรับเบญจเพสด้วยโรคพุ่มพวงเหตุ เพราะพักผ่อนน้อ...

เห็นร่าเริง ยิ้มหัวเราะตลอดเวลา สำหรับ "จ๊ะ อาร์สยาม" ที่ล่าสุดแว่วมาว่าส่อแววป่วยหนักรับเบญจเพสด้วยโรคพุ่มพวงเหตุ เพราะพักผ่อนน้อย นอกจากนั้นคุณพ่อก็ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน ด้านคุณแม่ยังเป็นโรคซึมเศร้า งานนี้สาวจ๊ะได้เปิดใจหลังเดินทางมาเป็นแขกรับเชิญในรายการ บันเทิง 108 ทาง ถึงเรื่องทั้งหมดว่า มีโรคประจำตัวคือภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์คนในครอบครัวอยู่แล้ว พอได้พักผ่อนน้อยจึงทำให้ร่างกายทรุดจนป่วย และเข้าข่ายเป็นโรคพุ่มพวง
อาการป่วยตอนนี้ เห็นว่าหวั่นจะเป็นโรคพุ่มพวง ?
"คุณหมอบอกให้หนูหยุดงานประมาณ 1 เดือน เพราะว่าหนูเริ่มจะแบบเวลาอากาศร้อนมากๆ หรือว่าหนาว จมูกก็จะบวม เลือดก็จะซิบๆ หมอก็เลยบอกว่ากลัวหนูเป็นแพ้ภูมิตัวเอง เพราะรู้เริ่มแพ้เหงื่อ แพ้อะไรที่มาจากตัวเราเอง"

เป็นมานานรึยัง ?
"เพิ่งเริ่มที่จะแพ้เหงื่อตัวเอง คุณหมอบอกว่าถ้าหนูไม่พักฟื้น 1 เดือน หนูจะต้องออกกำลังกาย นอนให้ตรงเวลาเรื่องอาหารการกิน เพราะว่าหนูเป็นคนลุยๆ ไม่ค่อยดูแลตัวเองหมอก็เลยกลัวจะเป็น"
ต่อเนื่องมากจากครั้งก่อนที่เข้าโรงพยาบาล ?
"ใช่ค่ะ สืบเนื่องมาเพราะว่าเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง เป็นไซนัสอักเสบด้วยที่เลือดมันออก"
ตกใจไหม หมอทักขนาดนี้ ?
"ก็ตกใจนะคะ เดือนหน้าก็รับงานน้อยลงจาก 30-40 งานก็รับแค่ 20 งาน พัก 10 วันแล้วก็เลือกที่ไม่ไกล เพราะว่าหมอไม่อยากให้ขึ้นเครื่องมาก เพราะช่วงนี้เลือดหนูพร้อมจะบอก เขากลัวเลือดจะออกหู"

ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นรุนแรง ?
"ใช่ค่ะยังไม่ได้เป็นระดับรุนแรงมาก แค่กลัวจะเป็น เพราะว่าเราเริ่มแพ้อะไรที่มาจากตัวเรา"
ไม่ศึกษาอะไรเกี่ยวกับโรคนี้เลย ?
"ไม่เลยค่ะ หนูเป็นคนง่ายๆ คิดง่ายๆ ว่าอะไรจะเกิดมันก็เกิด ถ้าเกิดเรากลัวเราก็จะต้องไม่รับงานเลย หมอบอกเราต้องเคลียร์คิวตัวเองแล้ว แต่หนูก็ยังไม่เคลียร์อะไรมาก เพียงแต่ว่าถ้างานไกลๆ กลางคืน กลางวันเข้ามาปกติหนูจะรับหมดเลย ตอนนี้ก็ไม่รับแล้ว"
กลัวไหมเราพักผ่อนไม่เป็นเวลาเพราะงานเราคือนักร้อง ?
"จริงๆ แล้วหนูได้ถามนักร้องหลายคน บอกอาการ บอกโรค ถามหลายคนนะคะ เป็นกันเกือบทุกคนเลยค่ะ แต่ของหนูนี่คือคุณหมอบอกว่ากลัวว่าหนูจะเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองเท่านั้นเอง หนูว่ามันเป็นโรคปกติของคนกลางคืนมากเลย ถามว่าพบแพทย์ไหม พบตลอดเลยค่ะ เข้าทุกเดือน หรือ 2 อาทิตย์เข้าที เพราะหนูต้องไปส่องโพรงจมูก หมอกลัวจะเป็นหนอง ก่อนหน้านี้ที่เป็นไซนัสอักเสบ หมอบอกว่าถ้าเป็นหนองปุ๊บหนูจะไปงานไม่ได้แล้ว เพราะหนูต้องขูดหรือดูดหนองออก อันนั้นต้องนอนโรงพยาบาล"
ทำไมไม่ตัดสินใจพักเลย ตามที่หมอบอก ?
"งานมันรับมาแล้วเกิน 6 เดือน งานที่เรารับมาแล้วเราไม่สามารถเบรกได้ คือถ้าเจ้าภาพเข้าใจ แต่คนดูไม่เข้าใจ เพราะมันเป็นงานค่อนข้างใหญ่ งานกาชาดที่ขึ้นป้ายไว้แล้ว ถ้าเราเสียตรงนี้ไป คนไม่มั่นใจกับเราว่าเราเบี้ยวงาน ก็เลยไม่กล้าเบรก แต่หลังจาก 6 เดือนที่เรายังไม่ได้รับงานอันนั้นเบาลง"

จะรู้ผลเมื่อไหร่ว่าเป็นหรือไม่เป็น ?
"หมอก็รอหนูไปเทสจริงจัง ที่มันจะมีตัวเทสว่าหนูแพ้อะไรบ้าง แต่ว่ายังไม่ได้เข้าไปเลย(หัวเราะ) เพราะหนูก็รอให้เป็นหนักสุดๆ(หัวเราะ) ค่อยเข้าไป ถามว่าทำไมไม่หวงตัวเอง ห่วงนะคะ แต่ถ้าใครมาอยู่ตรงจุดนี้จะเข้าใจ เวลาเราไปงานคนเยอะมากเลยนะ เราไม่กล้าคืนงาน จริงๆ แล้วหนูว่ามันเป็นโรคเวรกรรมนะคะ เพราะว่าคนเรากว่าจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อก่อนก็ทำงานทุกวันนะคะแต่ค่าตัวน้อย พอค่าตัวเยอะ ทุกอย่างเอื้ออำนวยหมดเลยนะ เจ้าภาพก็ดูแลเราดี แต่เรากลับรับงานไม่ได้ หนูว่าน่าจะเป็นโรคเวรกรรม หนูคิดเอง"
คุณพ่อก็ป่วยด้วย ?
"จริงๆ คุณพ่อก็เป็นภูมิแพ้นะ ที่หนูเป็นก็เป็นกรรมพันธุ์ พ่ออยู่กับหวายจักสาน จนกลายเป็นโรคสะเด็ดเงินที่เป็นโรคผิวหนัง แล้วก็เป็นเยอะมาก ตอนแรกหนูไม่เคยรู้เลยพ่อใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวตลอด แต่วันนั้นพาพ่อไปจันทบุรี ถอดเสื้อออกมาเหมือนกระดองเต่าที่แตกทั้งตัว เลือดซิบ หนองซิบ เต็มหมดเลย หลังก็เต็มเลย แล้วก็ต้องโกนผม เพราะโรคนี้เกิดจากศีรษะ 4-5 วันแรกนอนอยู่ดีๆ เขาทายาน้ำหนองไหลออกมาเต็มเลย"
พาคุณพ่อไปหาหมอ หรือดูแลยังไง ?
"ตอนนี้พ่ออยู่ที่จันทบุรีค่ะ รักษาอยู่ แต่ว่าไม่ได้เป็นคุณหมอนะคะ เป็นนายก คือคุณพ่อรักษาตามโรงพยาบาลมาเยอะมาก แล้ว แต่ไม่หายเพราะว่าที่โรงพยาบาลเป็นยาสเตียรอยด์ที่ทายุบ แต่พอเลิกทาก็จะเป็นขึ้นมาอีก พ่อก็เลยอยากหายขาด ไปที่นี่ดีขึ้นมาก แล้วที่นี่กินฟรี อยู่ฟรี รักษาฟรี"
เป็นสมุนไพรใช่ไหม ?
"ใช่ค่ะ ที่นี่ไม่ใช่แค่รักษาทายาอย่างเดียว มีเรื่องอาหารการกินด้วย โรคสะเก็ดเงินกินได้แค่หมู กับผักนอกนั้นกินอะไรไม่ได้เลย"
อะไรที่ทำให้เราสู้ได้ กำลังใจดีมาก ?
"จริงๆ หนูเป็นคนที่ไม่ซีเรียส ไม่คิดมาก ไม่คิดเยอะ หนูคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนมันถูกกำหนดมาแล้วว่าเราจะต้องเป็นอะไร เพราะว่าชีวิตเราเอง เราก็ไม่เคยคิดว่าเราจะได้มาอยู่จุดนี้ เราก็ไม่ได้เครียดอะไร แต่กินยาทุกวันแค่นั้นเอง"
โรครุมเร้าทั้งครอบครัว ?
"ตอนนี้คุณแม่ก็เริ่มเป็นโรคแล้ว(หัวเราะ) แม่เป็นโรคซึมเศร้า หนูอยู่กรุงเทพ พ่ออยู่จันทบุรี แม่อยู่คนเดียว แม่โทรมาร้องไห้ใหญ่เลย(หัวเราะ) ถามว่าจะเอาแม่มาอยู่ด้วยไหม บอกตลอดเลย แต่ว่าแม่ไม่ยอมมาก็เลยแก้ปัญหาโดยที่เอาคุณน้ามาอยู่กับแม่(ยิ้ม)"
เครดิตภาพ IG: jaja_nongpanee
ทีมา : http://www.siamupdate.com/news-182108
พังยับ !! บ้าน แตกแล้ว เมื่อ ”กุ๊บกิ๊บ” เดือดหนัก!! หลังเห็น ”บี้จูบกับเชอรี่” เลยโพสต์ด่าและทำแบบนี้กับสามี!!
23:28เป็นที่ฮือฮา ในโลกโซเชียลสุดๆสำหรับละครซีรีส์เรื่อง “เพื่อนรักเพื่อนร้าย” ภาคล่าสุดที่มีความต่อเนื่องจากภาพเดิมและได้ บี้KPN มาแสดงนำเป็นพระ...

เป็นที่ฮือฮา ในโลกโซเชียลสุดๆสำหรับละครซีรีส์เรื่อง “เพื่อนรักเพื่อนร้าย” ภาคล่าสุดที่มีความต่อเนื่องจากภาพเดิมและได้ บี้KPN มาแสดงนำเป็นพระเอกคนต่อมา ของการ์ตูน (นางเอกในเรื่อง) ด้วยนั้นเอง
ด้วยภาคล่าสุดนี้ต้องมีทั้งฉากเลิฟซีนเร้า ร้อน ที่หนุ่มบี้ต้องเป็นคนเล่นประกบทั้ง การ์ตูน(กิ๊บซี่) เชอรรี่ (สายป่าน) และนั้นจึงทำให้ภรรยาตัวจริงของหนุ่มบี้ถึงกับอดไม่ได้
ล่าสุด ในอินสตราแกรมของ กุ๊บกิ๊บได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความหลังชมละครเสร็จดดังภาพต่อจากนี้


แถมยังลงมือปฏิบัติกับสามีด้วยการให้นอนโซฟา

นับว่าต้องสงสารคุณบี้จริงๆว่าแต่ง้อเอาใจภรรยาสาวกลับมาให้ได้นะคะ
ทีมา http://www.siamupdate.com/news-182105
สนั่นโซเชียล!! อยู่ๆ "กุ๊บกิ๊บ" โพสต์ภาพและข้อความด่าสามีอย่างแรง เกิดอะไรขึ้น!???
07:11ถือ ว่าช่วงนี้อินกันหนักมากกับซี รี่ย์เรื่อง "เพื่อนรักเพื่อนร้าย" ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ไซส์มินิอย่าง "กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์"...

ถือ ว่าช่วงนี้อินกันหนักมากกับซี รี่ย์เรื่อง "เพื่อนรักเพื่อนร้าย" ไม่เว้นแม้แต่คุณแม่ไซส์มินิอย่าง "กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์" ที่ออกอาการอินเว่อร์ เพราะมีคุณสามีอย่าง "บี้ KPN" แสดงอยู่ด้วย ด้านคุณแม่กุ๊บกิ๊บเลยขอจัดเต็มถึงสามี โดยโพสต์ภาพแล้วข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า "*กรูบอกเลยว่าไม่ได้!!!!!!!! #อินไปหมดดดด#ไม่รู้ด่าบี้หรืออีณัฐสายอ่อย @bie_kpn #คือตลกมากกกกก#คืออามรณ์นี้#คือคืนนี้ผัวต้องนอนนอกห้อง #เพื่อนรักเพื่อนร้าย" อ้าวๆๆ สาวกุ๊บกิ๊บอินหนักขนาดนี้ สงสารหนุ่มบี้จริงๆ

ทีมา http://www.siamupdate.com/news-181915
กรูไม่ใช่หมา !! มวยถูกคู่ซะแล้ว เมื่อ “แพท ณปภา” ตอกกลับ เมียเก่าโตโน่แบบนี้ จุกยันลิ้นปี่ !?
08:03หลังจากที่มีประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล “แพท ณปภา” กับ “แตงโม ภัทรธิดา” ประเด็นสาวโมโพสต์ภาพกับน้องหมาชื่อสิงโต แต่ยังมีคนนำไปโยงถึงสาวแพทได้ ...

หลังจากที่มีประเด็นดราม่าในโลกโซเชียล “แพท ณปภา” กับ “แตงโม ภัทรธิดา” ประเด็นสาวโมโพสต์ภาพกับน้องหมาชื่อสิงโต แต่ยังมีคนนำไปโยงถึงสาวแพทได้ ล่าสุดเธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์แล้ว
“อย่าไปคิดอย่างนั้น อันนี้แพทเอง ไม่ใช่หมา ไม่เป็นไรอย่าไปตีความอย่างนั้น อย่างที่แพทบอกหลายรอบแล้วว่าใครจะอะไรยังไงได้หมด แพทอยู่ตรงนี้แค่อยากทำงานอยากให้ทุกคนมีความสุข ไม่อยากให้สิ่งที่มันเกิดขึ้นไปกระทบกับใคร เอาให้มันอยู่ในขอบเขตดีกว่า “

“อะไรที่เป็นเรื่องของคนอื่นแพทไม่ยุ่ง ถามว่ามีคนแท็กรูปอันนั้นมาถึงแพทเยอะมั้ย ไม่ได้เห็นน่ะสิ เลยไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น ต่อให้เห็นก็ไม่ใส่ใจอยู่ดี เพราะคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวกันเนอะ อีกอย่างอะไรเป็นอะไรรู้กันอยู่แก่ใจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่น่ามาโยงเกี่ยวกับแพทอยู่แล้ว ที่สำคัญแพทกับพี่โน่(โตโน่) ชัดเจนกันมาตลอดว่ามันคืออะไร ส่วนใครจะเป็นยังไง แพทคงห้ามความคิดคนไม่ได้ทั้งหมด ยึดตัวเองไว้เป็นหลักดีกว่า”
“ถามว่าเบื่อกับการถูกจับโยงมั้ย คงเบื่อไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ไปแล้ว รวมถึงเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง คือถ้ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแล้วจับโยงแพทก็คงงงว่าอะไร แต่อันนี้คือเข้าใจในส่วนหนึ่งว่าที่เขาจับโยงมันอาจจะมีส่วนเชื่อมโยงกันบ้างไม่มากก็น้อย เลยไม่ได้ซีเรียสอะไรตรงนี้”
โดนขุดจนได้!! ดูหน้าชัดๆ "แอมมี่ บอกรักผัว" สมัยสก๊อยขายสบู่ หน้าเธอเป็นแบบนี้ ยังกับคนละคน !???
07:30สยามอัพเดทนำภาพปัจจุบันของแอมมมี่ บอกรักผัว สวย ใส หน้าเรียวเล็ก มาให้ท่านสมาชิกได้ดูกัน และภาพอดีตตอนขายครีม มาดูว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่พ...

สยามอัพเดทนำภาพปัจจุบันของแอมมมี่ บอกรักผัว สวย ใส หน้าเรียวเล็ก มาให้ท่านสมาชิกได้ดูกัน และภาพอดีตตอนขายครีม มาดูว่าจะเปลี่ยนไปแค่ไหน
แต่พอได้เห็นรูปก่อนพี่ๆ ในวงการจะนำมาชุบตัว ขายครีมชื่อดังล่ะ..
เชรดโด้ โคอะล่ามาร์ช คุณหลอกดาววววว!! กรามนั้นหายไปไหน สมัยนั้นรองพื้นเบอร์อะไร ถามใจตัวเองดู?
น้ำตาจะไหล... แช่น้ำบ่อไหนทำไมถึงเปลี่ยนได้ขนาดน้านนน


ทีมา http://www.siamupdate.com/news-181853


















